หนังสือ
นางแก้วคู่บารมี
   ๑. พระนางพิมพา
   ๒. สุมิตตาพราหมณี
   ๓. พระนางประภาวดี
   ๔. นางสุชาดา
   ๕. วิสัยหเศรษฐีภริยา
   ๖. ภริยาช่างหม้อ
   ๗. สัมมิลลหาสินีกุมารี
   ๘. จอมนางแห่งพาราณสี
   ๙. ราชธิดาพระเจ้าโกศล
   ๑๐. พระสมุททวิชยาเทวี
   ๑๑. นางสีดา
   ๑๒. โพธิปริพพาชิกา
   ๑๓. พระนางอุทัยภัทรา
   ๑๔. จันทกินนรี
   ๑๕. สุภัททาเทวี
   ๑๖. พระนางจันทาเทวี
   ๑๗. พระนางสุมนาเทวี
   ๑๘. พระนางสีวลี
   ๑๙. นางอมรา
   ๒๐. พระนางจันทาเทวี
   ๒๑. พระนางมัทรี
   ๒๒. พระนางยโสธราพิมพา
   ๒๓. คู่รักคู่บารมี

 

[ หนังสือเล่มอื่น ]


๒๐. พระนางจันทาเทวี - ใช้สัจจะช่วยพระสวามี

ที่มา : จันทกุมารชาดก

ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เกิดเป็นจันทกุมาร ราชโอรสของพระเจ้าเอกราชกับพระนางโคตมีอัครมเหสี แห่งพาราณสี
จันทกุมารมีพระอนุชาร่วมมารดา คือ สุริยกุมาร และยังมีพระอนุชาและพระกนิษฐาต่างมารดาอีกหลายองค์
ครั้งนั้นพระนางพิมพาคู่บารมีมาเกิดเป็นพระนางจันทาเทวี ทั้งสองพระองค์อภิเษกสมรสกัน มีพระโอรสนามว่า วสุลกุมาร
จันทกุมารได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอุปราช มีกัณฑหาลพราหมณ์ดำรงตำแหน่งราชปุโรหิตทำหน้าที่ถวายธรรมแก่พระราชาและคอยตัดสินอรรถคดีต่างๆ
แต่กัณฑหาลพราหมณ์เป็นผู้มัวเมาในลาภสักการะ จึงรับสินบนและตัดสินคดีความอย่างอยุติธรรม สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์
วันหนึ่ง ขณะที่จันทกุมารกำลังจะมาเข้าเฝ้าพระเจ้าเอกราช ก็มีบุรุษผู้หนึ่งมาร้องเรียนว่าตนถูกตัดสินคดีไม่ยุติธรรม ต้องเสียทรัพย์ที่ไม่ควรเสีย จันทกุมารจึงพิจารณาและตัดสินคดีนั้นเสียใหม่จนยุติธรรม มหาชนจึงโห่ร้องสรรเสริญด้วยความยินดี
เสียงโห่ร้องของมหาชนดังก้องเข้าไปถึงหูพระราชา เมื่อพระองค์ทรงทราบว่าจันทกุมารตัดสินคดีได้ยุติธรรมเป็นที่สรรเสริญของชาวพระนคร พระองค์จึงมอบหมายให้จันทกุมารรับผิดชอบเรื่องการตัดสินอรรถคดีแทนกัณฑหาลพราหมณ์
เมื่อกัณฑหาลพราหมณ์ไม่ได้ตัดสินคดีแล้ว ลาภสักการะที่เคยได้จากสินบนกลับไม่ได้ จึงคิดแค้นจันทกุมาร และหาทางทำลายจันทกุมารตลอดมา
วันหนึ่ง พระเจ้าเอกราชทรงพระสุบินว่าพระองค์ได้เห็นดาวดึงส์เทวโลก ประกอบไปด้วยเทพวิมานงดงามตระการตา รื่นรมย์ไปด้วยสวนนันทวันและสระโบกขรณี มีเหล่าเทพอัปสรฟ้อนรำขับร้องและประโคมดนตรีอย่างมีความสุข
ครั้นทรงตื่นบรรทม พระองค์ก็ทรงหลงใหลและปรารถนาดาวดึงส์สมบัติ จึงเรียกพราหมณ์มาเข้าเฝ้า ตรัสถามทางไปดาวดึงส์
กัณฑหาลพราหมณ์คิดว่าบัดนี้ถึงเวลาที่จะกำจัดจันทกุมารได้แล้ว จึงกราบทูลพระเจ้าเอกราชว่า ผู้ที่จะไปสู่ดาวดึงส์สวรรค์ได้นั้น จะต้องให้ทานที่ยิ่งกว่าทาน ต้องฆ่าบุคคลอันไม่พึงฆ่า
พระเจ้าเอกราชขอให้กัณฑหาลพราหมณ์อธิบายต่อ พราหมณ์ก็กราบทูลว่า พระราชาต้องให้ทานโดยการบูชายัญด้วยสัตว์และบุคคลอย่างละ ๔ คือ พระมเหสี พระราชบุตร พระราชกุมารี เศรษฐี ช้างมงคล ม้าอัสดร และโคอุสุภราช หากทำได้เช่นนี้พระองค์ก็จะไปสู่เทวโลกได้ด้วยพระสรีระกายนี้เอง
พระเจ้าเอกราชผู้เบาปัญญาฟังคำพราหมณ์แล้วหลงเชื่อ จึงรับสั่งให้ราชบุรุษไปจัดการนำคนและสัตว์เหล่านั้นมาบูชายัญ คือ
มเหสีประกอบด้วย พระนางวิชยา พระนางเอราวดี พระนางเกศินี และพระนางสุนันทา
ราชบุตรประกอบด้วยจันทกุมาร สุริยกุมาร ภัททเสนกุมาร และรามโคตตกุมาร
ราชกุมารีประกอบด้วย อุปเสนากุมารี โกกิลากุมารี มุทิตากุมารี และนันทากุมารี
เศรษฐีประกอบด้วย ปุณณมุขเศรษฐี ภัททิยเศรษฐี สิงคาลเศรษฐี และวัฑฒเศรษฐี
ช้างประกอบด้วย ช้างอภยังกร ช้างนาฬาคิรี ช้างอัจจุคคตะ และช้างวรุณทันตะ
ม้าอัสดรประกอบด้วย ม้าเกศี ม้าสุรามุข ม้าปุณณมุข ม้าวินัตกะ
โคอุสุภราชประกอบด้วย โคยูถปติ โคอโนชะ โคนิสภะ และโคควัมปติ
ราชบุรุษได้นำบุคคลและสัตว์มายังลานเพื่อเตรียมพิธีบูชายัญ บุตรภรรยาของเหล่าเศรษฐีก็ตามมากราบทูลอ้อนวอน ขอให้พระราชาปล่อยบิดาและสามีของพวกเขาไป แต่พระเจ้าเอกราชไม่ทรงยินยอม
พระราชบิดาและพระราชมารดาของพระเจ้าเอกราชทรงทราบ ก็เสด็จมาทัดทาน บอกว่าการบูชายัญไม่ใช่หนทางไปสู่สวรรค์ แต่เป็นหนทางไปสู่อบายภูมิ พระเจ้าเอกราชสดับแล้วก็ไม่ทรงเชื่อฟัง
ฝ่ายจันทกุมารนั้นก็กราบทูลพระเจ้าเอกราชว่าอย่าได้ทำพิธีบูชายัญเลย จะให้โอรสและธิดาทั้งหมดนี้ไปเป็นทาสพราหมณ์ จะให้ใส่โซ่ตรวน ขนมูลช้าง มูลม้า หรือจะเนรเทศไปก็ได้ แต่อย่าบูชายัญให้ตายเลย
พระเจ้าเอกราชเกิดพระทัยอ่อน สั่งให้ปล่อยคนและสัตว์นั้นทั้งหมด
ฝ่ายกัณฑหาลพราหมณ์รู้ว่าพระราชาเปลี่ยนใจ จึงเข้าไปกราบทูลยุยงอีกว่าการให้ทานนี้ทำได้ยากยิ่ง มีโอกาสแล้วพระองค์ไม่ควรจะยกเลิกพิธีบูชายัญนี้
พระราชากลับหลงเชื่ออีก สั่งให้เตรียมบูชายัญต่อไป
จันทกุมารกราบทูลพระราชาว่า เมื่อครั้งยังเป็นเด็กไม่มีประโยชน์พระราชายังไม่เคยคิดฆ่าข้าพระองค์ บัดนี้ข้าพระองค์เติบใหญ่แล้ว เป็นผู้มีประโยชน์ เป็นผู้กำจัดโจรภัย เหตุใดพระองค์จึงจะฆ่าข้าพระองค์เสียเล่า
อีกทั้งเมื่อข้าพระองค์ยังเป็นเด็ก ปุโรหิตผู้นี้เคยทำนายว่าข้าพระองค์เป็นผู้มีบุญ จะได้ปกครองบ้านเมืองต่อไป บัดนี้จะมีภัยแก่ข้าพระองค์ แสดงว่าพราหมณ์นี้เป็นคนกล่าวคำเท็จ ไม่อาจเชื่อถือได้
พระราชาฟังคำจันทกุมารแล้วก็เห็นด้วย จึงสั่งให้เลิกพิธี แต่กัณฑหาลพราหมณ์ก็มายุยงพระราชาอีก จนพระราชาหลงเชื่อให้เริ่มพิธีบูชายัญอีกครั้ง
จันทกุมารกราบทูลว่า หากว่าการบูชายัญด้วยบุตรภรรยาแล้วทำให้ได้ไปสู่เทวโลกจริง ก็ควรให้กัณฑหาลพราหมณ์ผู้นี้เป็นผู้บูชายัญด้วยบุตรและภรรยาของตนเองก่อน แล้วพระราชาค่อยบูชายัญทีหลัง
จันทกุมารกราบทูลดังนี้แล้วพระราชาก็ตัดพระทัยไม่ยอมฟังอีก พระเสลากุมารี พระกนิษฐาของจันทกุมารจึงไปกราบพระบาทวิงวอนพระราชา แต่พระราชาก็ไม่ทรงฟัง
พระวสุล โอรสของจันทกุมารไปร้องไห้อ้อนวอนพระเจ้าเอกราช พระเจ้าเอกราชสงสารพระนัดดาจึงสั่งยกเลิกพิธีบูชายัญอีกครั้ง
กัณฑหาลพราหมณ์จึงเข้าไปยุยงพระเจ้าเอกราชให้ทำพิธีต่อ และเร่งให้พระราชาเสด็จไปทำพิธีที่ปากหลุมบูชายัญ บรรดาพระชายาทั้งหลายของจันทกุมารและพระโอรสองค์อื่นๆ ต่างก็สยายผมร้องไห้ เดินตามไป
เมื่อไปถึงหลุมบูชายัญ พระนางโคตมี ก็ทูลอ้อนวอนพระเจ้าเอกราช แต่พระเจ้าเอกราชก็ไม่พระทัยอ่อนอีก
ฝ่ายพระนางจันทาเทวีอัครมเหสีของจันทกุมาร ทรงกรรแสงร่ำไห้ติดตามจันทกุมารมา พระนางได้เข้าไปกราบทูลขอให้พระเจ้าเอกราชทรงปล่อยพระโอรสทั้งหมด เพราะหากพระองค์บูชายัญต่อไปก็เหมือนพระองค์ไม่ทรงรักโอรสและธิดาเลย
พระเจ้าเอกราชทรงดำรัสตอบว่า ลูกทั้งหลายเป็นที่รักของเรา แม้พวกเจ้าทั้งหลายผู้เป็นสุนิสาก็เป็นที่รักของเรา แต่เราปรารถนาสวรรค์ เหตุนี้ เราจึงทำสิ่งอันทำได้ยาก คือฆ่าพวกเจ้าทั้งหลายเพื่อสร้างทางไปสวรรค์
พระนางจันทากราบทูลว่า ถ้าเช่นนั้นขอจงทรงพระกรุณาโปรดรับสั่งให้ฆ่าหม่อมฉันเสียก่อน ขออย่าได้ทำลายดวงหทัยของหม่อมฉันเลย หม่อมฉันจะไปเที่ยวในปรโลกกับพระสวามี
พระราชาตรัสว่า เจ้าอย่าชอบใจความตายเลย จันทกุมารสิ้นไปแล้วเรายังมีโอรสอีกมากให้เจ้าเลือก
พระนางจันทาไม่รู้จะทำอย่างไรก็ร่ำไห้รำพึงรำพันเข้าไปหาจันทกุมาร ทรงกรรแสงอย่างหนัก ก็พอดีได้เวลาเริ่มพิธี
กัณฑหาลพราหมณ์ผู้ทำพิธีได้หยิบดาบมาถือยืนอยู่ หมายใจว่าจะตัดพระเศียรจันทกุมาร พระนางจันทาเทวีเห็นดังนั้น คิดว่าที่พึ่งอื่นของเราไม่มีอีกแล้ว เราจะใช้กำลังความสัตย์ช่วยพระสวามีของเรา
ดำริแล้ว พระนางจันทาเทวีจึงยืนประคองอัญชลี กระทำสัจจกิริยาว่า

"กัณฑหาละผู้นี้มีปัญญาทราม คิดกระทำกรรมอันชั่วช้า หลอกลวงพระราชาด้วยความไม่จริง ด้วยสัจจวาจานี้ ขอให้เทวดา ยักษ์ อมนุษย์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในที่นี้ จงช่วยเหลือข้าพเจ้า ขออย่าให้พวกข้าศึกชนะพระสวามีของข้าพเจ้าเลย"

ลำดับนั้น ท้าวสักกเทวราชทรงสดับเสียงคร่ำครวญของพระนางจันทาเทวี จึงฉวยเอาค้อนเหล็กเสด็จจากเทวโลก มากวัดแกว่งขู่พระเจ้าเอกราชให้ตกพระทัยกลัว แล้วตรัสว่า

"พระราชากาลี มีที่ไหนที่คนผู้ฆ่าบุตร ภรรยา เศรษฐี และคหบดีผู้ไม่คิดประทุษร้าย แล้วได้ไปสวรรค์ ท่านจงอย่าได้ฆ่าบุตรองค์ใหญ่ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์เป็นอันขาด"

กัณฑหาลปุโรหิตและพระเจ้าเอกราชได้ฟังพระดำรัสของท้าวสักกะก็ตกใจ สั่งให้ปลดเครื่องพันธนาการของคนผู้ไม่มีความผิดทั้งหมด
ฝ่ายมหาชนที่มารุมล้อมอยู่ ต่างโกรธแค้นกัณฑหาลพราหมณ์ จึงหยิบเอาก้อนดินมาทุ่มใส่ ทำให้พราหมณ์ชั่วสิ้นชีวิตลง
มหาชนผู้โกรธแค้นหันมาจะฆ่าพระเจ้าเอกราชด้วย แต่จันทกุมารทรงห้ามไว้ มหาชนจึงไว้ชีวิตพระราชา แต่ปลดพระองค์ให้เป็นคนจัณฑาล ขับออกจากราชวัง แล้วตั้งให้จันทกุมารขึ้นเป็นกษัตริย์สืบแทน

[ กัณฑหาลพราหมณ์ มาเกิดเป็น พระเทวทัต
ท้าวสักกเทวราช มาเกิดเป็น พระอนุรุทธ
พระจันทกุมาร มาเกิดเป็น พระพุทธเจ้า
พระสุริยกุมาร มาเกิดเป็น พระสารีบุตร
พระภัททเสน มาเกิดเป็น โมคคัลลานะ
พระสุรกุมาร มาเกิดเป็น พระอานนท์
พระรามโคตตะ มาเกิดเป็น กัสสปะ
พระวสุละ มาเกิดเป็น พระราหุล
พระเสลากุมารี มาเกิดเป็น อุบลวรรณา
พระนางโคตมีเทวี มาเกิดเป็น พระนางสิริมหามายา
พระนางจันทาเทวี มาเกิดเป็น พระนางพิมพา ]