หนังสือ
นางแก้วคู่บารมี
   ๑. พระนางพิมพา
   ๒. สุมิตตาพราหมณี
   ๓. พระนางประภาวดี
   ๔. นางสุชาดา
   ๕. วิสัยหเศรษฐีภริยา
   ๖. ภริยาช่างหม้อ
   ๗. สัมมิลลหาสินีกุมารี
   ๘. จอมนางแห่งพาราณสี
   ๙. ราชธิดาพระเจ้าโกศล
   ๑๐. พระสมุททวิชยาเทวี
   ๑๑. นางสีดา
   ๑๒. โพธิปริพพาชิกา
   ๑๓. พระนางอุทัยภัทรา
   ๑๔. จันทกินนรี
   ๑๕. สุภัททาเทวี
   ๑๖. พระนางจันทาเทวี
   ๑๗. พระนางสุมนาเทวี
   ๑๘. พระนางสีวลี
   ๑๙. นางอมรา
   ๒๐. พระนางจันทาเทวี
   ๒๑. พระนางมัทรี
   ๒๒. พระนางยโสธราพิมพา
   ๒๓. คู่รักคู่บารมี

 

[ หนังสือเล่มอื่น ]


๑๔. จันทกินนรี - ผู้ไม่มีใจออกห่าง

ที่มา : จันทกินนรชาดก

ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เกิดเป็นกินนรในป่าหิมพานต์ ส่วนพระนางพิมพามาเกิดเป็นภริยา นามว่า จันทา ทั้งสองอาศัยอยู่ที่ จันทบรรพต
ครั้งนั้น พระเจ้ากรุงพาราณสีเสด็จสู่ป่าหิมพานต์มาล่าสัตว์ลำพังพระองค์เดียว พระองค์ทรงเสด็จตามลำน้ำน้อยๆ สายหนึ่งขึ้นไปโดยลำดับ จนกระทั่งไปถึงต้นน้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่ากินนรและกินนรี ณ จันทบรรพต
ครั้งนั้น จันทกินนรและจันทกินนรีผู้ภริยาลงมาเที่ยวเก็บเล็มของหอมและกินเกษรดอกไม้ นุ่งห่มสาหร่ายดอกไม้ เหนี่ยวเถาชิงช้าเล่นพลางขับร้องไปพลาง ด้วยเสียงจะเจื้อยแจ้ว เมื่อมาถึงลำน้ำสายน้อย ทั้งสองก็หยุดตรงคุ้งน้ำ โปรยปรายดอกไม้ลงไป และลงเล่นน้ำอย่างสำราญ
เมื่อขึ้นจากน้ำแล้วก็เอาดอกไม้มาโปรยปรายเหนือหาดทราย ตกแต่งเป็นที่นอน จันทกินนรเป่าขลุ่ยขับร้องด้วยเสียงหวานฉ่ำ จันทกินนรีก็ฟ้อนรำและร้องเพลงอยู่เคียงใกล้สามี
พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงสดับเสียงของกินนรกินนรีนั้น ก็ทรงค่อยๆ ย่องเข้าไปยืนแอบในที่กำบัง เมื่อทอดพระเนตรเห็นนางกินนรีก็ทรงมีจิตปฏิพัทธ์ ดำริว่าจะต้องยิงกินนรนั้นเสีย แล้วชิงนางกินนรีนี้มา
ดำริแล้วก็ทรงยิงจันทกินนรจนล้มลง นางจันทกินรีเห็นสามีล้มลงคิดว่าเป็นท่วงทีการร่ายรำ ยังไม่รู้ว่าสามีถูกยิง จนเมื่อเห็นเลือดไหลออกมารู้ว่าสามีถูกยิงแล้ว จึงเข้าไปประคองกอดด้วยความตกใจ
จันทกินนรอดทนต่อความเจ็บปวด บอกนางจันทกินนรีว่า

"ดูก่อนจันทา
ชีวิตของพี่ใกล้จะขาดอยู่แล้ว ลมปราณของพี่กำลังจะดับ พี่เห็นจะต้องละชีวิตไปแล้วในวันนี้

ดูก่อนจันทา
ความทุกข์กำลังเผาผลาญหัวใจพี่ ความโศกของพี่ครั้งนี้เป็นความโศกยิ่งใหญ่กว่าความโศกเหล่าอื่น เพราะพี่ต้องพรัดพรากจากเจ้าไปแล้ว

ดูก่อนจันทา
พี่จะเหี่ยวแห้งเหมือนต้นหญ้าถูกเผาบนแผ่นหินร้อน เหมือนต้นไม้ถูกตัดราก ความโศกของพี่ครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าความโศกเหล่าอื่น เพราะพี่ต้องพรัดพรากจากเจ้าไปแล้ว

ดูก่อนจันทา
น้ำตาของพี่หลั่งไหลเหมือนฝนที่ตกลงสู่บรรพตแล้วไหลไปไม่ขาดสาย ความโศกของพี่ครั้งนี้เป็นความโศกยิ่งใหญ่กว่าความโศกเหล่าอื่น เพราะพี่ต้องพรัดพรากจากเจ้าไปแล้ว"

แล้วจันทกินนรก็แน่นิ่งไป นางจันทกินนรีเข้ามาดูสามีของตน เห็นเลือดหลั่งไหลออกจากกายสามีก็ตกใจ นางไม่อาจสะกดกลั้นความโศกที่มีต่อสามีที่รักไว้ได้ จึงได้ร่ำไห้ด้วยเสียงดัง
เมื่อพระเจ้าพาราณสีปรากฏพระองค์ออกมา นางจันทกินนรีก็รู้ว่าโจรผู้นี้เองที่ยิงสามีเรา นางจึงหนีไปอยู่บนยอดเขา กล่าวคำบริภาษพระราชาว่า

"พระราชาใด ยิงสามีผู้เป็นที่รักของเรา ทำให้เราเป็นหม้ายที่ชายป่า พระราชานั้นเป็นคนเลวทรามโดยแท้
พระราชาใด ยิงสามีของเรา ทำให้เราต้องเศร้าโศก ขอให้มารดาของพระราชานั้นจงโศกเศร้าเหมือนใจเรานี้
พระราชาใด ยิงสามีของเรา ทำให้เราต้องเศร้าโศก ขอให้ชายาของพระราชานั้นจงโศกเศร้าเหมือนใจเรานี้
พระราชาใด ยิงสามีของเราเพราะรักใคร่ในตัวเรา เป็นเหตุให้เราต้องพรากจากสามีสุดที่รัก ขอให้มารดาของพระราชานั้นอย่าได้พบหน้าบุตรและสามีผู้เป็นที่รักอีกเลย
พระราชาใด ยิงสามีของเราเพราะรักใคร่ในตัวเรา เป็นเหตุให้เราต้องพรากจากสามีสุดที่รัก ขอชายาของพระราชานั้นจงอย่าได้พบหน้าบุตรและสามีผู้เป็นที่รักอีกเลย"

พระเจ้าพาราณสีจึงตรัสปลอบนางกินนรีว่า

"ดูก่อนกินนรีผู้มีนัยน์ตาเบิกบานดังดอกไม้ เธออย่าร้องไห้ไปเลย เราจะให้เธอเป็นอัครมเหสีของเรา เธอจะได้รับการยกย่องบูชา ได้เป็นใหญ่เหนือหญิง ๑๖,๐๐๐ นาง"

นางจันทกินนรีฟังคำพระเจ้าพาราณสีแล้ว นางจึงบริภาษว่า

"ดูก่อนพระราชา ท่านกล่าววาจาอะไร แม้ว่าเราจะต้องตาย เราก็ไม่ยอมสมัครสมานกับคนพาลชั่วช้าฆ่าสามีที่รักของเราดังเช่นตัวท่าน"

พระเจ้าพาราณสีได้ฟังคำด่าว่าของนางกินนรีหนักเข้าก็พิโรธ หมดความหลงที่มีในตัวนาง ตรัสตอบว่า

"นี่แน่ะนางกินนรีผู้ขี้ขลาด เจ้าจงไปอยู่ในป่า แวดล้อมด้วยมฤคา และเก็บกินใบไม้ตามทางของเจ้าต่อไปเถิด"

ครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว พระเจ้าพาราณสีก็เสด็จจากไปอย่างหมดเยื่อใย
เมื่อแน่ใจว่าพระเจ้าพาราณสีไม่กลับมาแล้ว นางจันทกินนรีก็ลงมากอดสามี แล้วอุ้มขึ้นสู่ยอดเขา ยกศีรษะวางไว้บนตัก พลางร่ำไห้ว่า

"ข้าแต่สามีที่รักของข้า
ต่อไปนี้ซอกเขาและเถื่อนถ้ำที่เราสองเคยร่วมอภิรมย์ คงจะอ้างว้างว่างเปล่าจากเงาของท่าน ข้าจะอยู่อย่างเงียบเหงาและอ้างว้างได้อย่างไร

ข้าแต่สามีที่รักของข้า
ต่อไปนี้แผ่นผาไม้เขียวน่ารื่นรมย์ และผาไม้ดอกที่สวยงาม จะว่างเปล่าปราศจากเงาของท่าน แล้วข้าจะอยู่รื่นรมย์กับความสวยงามนี้ตามลำพังได้อย่างไร

ข้าแต่สามีที่รักของข้า
ต่อไปนี้ลำธารที่เต็มไปด้วยดอกโกสุม ยอดเขาที่เขียวขจี และเขาคันทมาศที่เต็มไปด้วยสรรพยา จะว่างเปล่าปราศจากเงาของท่าน ข้าจะไม่ได้เห็นท่านอีก ข้าจะอดกลั้นความคิดถึงท่านได้อย่างไร"

นางร่ำไห้แล้วก็ลูบคลำจันทกินนรด้วยความอาลัยรัก เมื่อนางวางมือลงตรงอกรู้สึกว่ายังมีไออุ่นอยู่ จึงคิดว่าสามีของนางนั้นยังไม่ตาย นางจึงกล่าวอ้อนวอนเทพยดาจนทำให้พิภพของท้าวสักกเทวราชเกิดอาการร้อน ท้าวสักกเทวราชรู้เหตุจึงแปลงเป็นพราหมณ์ถือกุณฑีน้ำมาหลั่งรดร่างจันทกินนร
ทันใดนั้นเอง บาดแผลและพิษก็หายสิ้น จันทกินนรก็ลุกขึ้นได้ ท้าวสักกเทวราชได้ประทานโอกาสแก่ทั้งสองให้อยู่บนยอดเขา อย่าลงมาเที่ยวเล่นใกล้ถิ่นมนุษย์อีก เสร็จแล้วพระองค์ก็เสด็จกลับคืนเทวโลก

[ พระเจ้าพาราณสี มาเกิดเป็น พระเทวทัต
ท้าวสักกเทวราช มาเกิดเป็น พระอนุรุทธ
จันทากินนรี มาเกิดเป็น พระนางพิมพา
จันทกินนร มาเกิดเป็น พระพุทธเจ้า ]